ประวัติ แอนเดรียส คริสเตนเซ่น ตำแหน่งกองหลัง ทีมสิงโตน้ำเงินคราม

0
215
ประวัติ-แอนเดรียส-คริสเตนเซ่น-ตำแหน่งกองหลัง-ทีมสิงโตน้ำเงินคราม
ประวัติ-แอนเดรียส-คริสเตนเซ่น-ตำแหน่งกองหลัง-ทีมสิงโตน้ำเงินคราม

ประวัติ แอนเดรียส คริสเตนเซ่น ตำแหน่งกองหลัง ทีมสิงโตน้ำเงินคราม

ประวัติ แอนเดรียส คริสเตนเซ่น ตำแหน่งกองหลัง ทีมสิงโตน้ำเงินคราม

ประวัติ แอนเดรียส คริสเตนเซ่น ตำแหน่งกองหลัง ทีมสิงโตน้ำเงินคราม แอนเดรียส คริสเตนเซ่น เซ็นเตอร์แบ็คร่างสูงของเชลซีใช้เวลา 8 ปีไปกับบรอนบี้ ก่อนจะมาร่วมทีมเชลซีในช่วงก่อนฤดูกาล 2012/13 เขาใช้เวลาเล็กน้อยในทีมรุ่นเยาว์และทำผลงานได้ดีเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาเล่นในทีม U21 ช่วงก่อนคริสต์มาส อย่างไรก็ตาม การคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ นั้นทำให้เขาได้รับความสนใจมาขึ้น

เขาทำประตูแรกได้ในการแข่งขันรอบที่สี่ ที่วัลเลย์ เป็นเกมที่พบกับทีมชาร์ลตัน ก่อนที่ทีม U18 จะพลิกกลับมาชนะหลังจากที่ตามหลังอยู่ 2-0 และลงเล่นเกือบทุกนัดจนถึงรอบชิงชนะเลิศ การลงเล่นให้ทีม U21 รวมทั้งหมด 11 นัดนั้นเป็นการย้ำถึงระดับของเขา และเขาลงเดบิวต์ในการแข่งขันของยุโรปในรายการ NextGen ของทีม U19 ในตำแหน่งแนวรับ เกมที่พบกับอาแจ๊กซ์เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2012

ฤดูกาลแรกที่น่าประทับใจของคริสเตนเซ่นทำให้เขาได้เข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่พบกับเอฟเวอร์ตัน และได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ช่วงระหว่างการไปทัวร์สหรัฐอเมริกา

หลังจากเซ็นสัญญาค้าแข้งในฤดูร้อน เขาใช้ช่วงเวลาในฤดูกาล 2013/14 ร่วมกับทีม U21 ของเดอร์ม็อต ดรัมมี่ ลงเล่น 25 นัดและช่วยทีมครองตำแหน่งจ่าฝูงของตารางและคว้าชัยชนะในเกมนัดเพลย์ออฟได้สำเร็จ เขาทำประตูในระดับ U21 ได้ในเกมที่ชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 2-1 และลงเล่นในเอฟเอ ยูธ คัพ ครบทุกนัดตั้งแต่เกมรอบที่ 5 ซึ่งทีมของอาดี วีวิชคว้าชัยชนะในเกมรอบชิงชนะเลิศที่พบกับฟูแล่มได้สำเร็จ

เขาได้เข้าร่วมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ในฤดูกาล 2014/15 และลงเดบิวต์ในเกมแคปิตอล วัน คัพรอบที่ 4 ที่เราชนะชรูส์บิวรี่ ลงเป็นแบ็คขวาตลอดทั้ง 90 นาที คริสเตนเซ่นเป็นหนี่งในทีม U19 ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูธ ลีก เมื่อเดือนเมษายน ปี 2015 อีกด้วย

วันที่ 10 กรกฏาคม 2015 เขาได้ถูกยืมตัวไปเล่นที่เยอรมนี ในสโมสรโบรุสเซีย เมินเช่นกลัดบัค

เดือนธันวาคม 2015 คริสเตนเซ่นคว้ารางวัลนักเตะมากพรสวรรค์แห่งปีของเดนิชได้ ซึ่งรางวัลนี้จะมอบให้กับนักเตะชาวเดนิชที่มีพรสวรรค์สูงทั้งที่เล่นอยู่ในลีกประจำประเทศหรือต่างประเทศ คริสเตนเซ่นได้รางวัลนี้จากผลงานในขณะที่เล่นให้กับเมินเช่นกลัดบัค และได้รับเลือกให้เล่นในทีมชาติเด็นมาร์ก เดือนกุมภาพันธ์ 2016 เขาทำสองประตูแรกในบุนเดสลีก้าได้จากชัยชนะเหนือทีมแวร์เดอร์ เบรเมนที่มีพาพี จิโลโบจีลงสนามด้วย

เขาจบฤดูกาลได้อย่างแข็งแกร่งมาก ลงเล่นให้ทีมในเยอรมนีไปทั้งหมด 39 นัด ทำประตู 3 ประตู ช่วยให้ทีมของเขาผ่านเข้าไปแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลหน้า จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของบุนเดสลีก้า หลังจากที่แข่งเกมยุโรปในฤดูกาล 2015/16 กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส และเซบีย่าและตกรอบแบ่งกลุ่มมา

เดือนมิถุนายน 2016 คริสเตนเซ่นก็ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลด้วย ต่อมาเขาก็ถูกยืมตัวไปเล่นให้ทีมเดิมในฤดูกาล 2016/17 อีกครั้ง เขายังคงเป็นนักเตะตัวหลักของทีมแม้ว่าทีมจะเจอกับฤดูกาลที่ยากก็ตาม คริสเตนเซ่นทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจทั้งในเกมรับและเมื่อต้องครองบอล จบฤดูกาลด้วยการลงเล่นไป 43 นัด ยิงรวม 4 ประตู โดย 2 ประตูจากจำนวนนั้นได้มาในเกมบุนเดสลีก้า และอีกสองประตูจากยูโรป้า ลีก

คริสเตนเซ่นเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เดินทางไปเมืองจีนและสิงคโปร์ในช่วงซัมเมอร์ 2017 ลงเล่นช่วงครึ่งหลังของเกมอุ่นเครื่องที่พบกับอาร์เซน่อลและเป็นตัวจริงในเกมพบบาเยิร์น มิวนิค

การบาดเจ็บของดาวิด ลุยซ์ทำให้เขาได้ลงเล่นเป็นหัวใจของแนวรับให้กับเชลซีเป็นเวลาหลายเกม ทำผลงานได้น่าประทับใจ เก็บคลีนชีทได้หลายครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน, ธันวาคม และมกราคม

เขาเป็นกำลังหลักของแนวรับจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล เก็บประสบการณ์ในการเจอกับทีมระดับท็อปในอังกฤษและยุโรปมากมาย พร้อมได้รับรางวัลเป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซีด้วย

จากการที่ซาร์รี่เลือกใช้แผน 4-3-3 และมีดาวิด ลุยซ์กับโทนี่ รูดิเกอร์เป็นปราการหลัก ทำให้คริสเตนเซ่นได้ลงเล่นแต่ในบอลถ้วยเป็นส่วนใหญ่ และในยูโรป้า ลีก 2018/19ด้วย เขาลงเล่นครบ 15 นัดและคว้าแชมป์ได้หลังชนะอาร์เซนอลในรอบชิงชนะเลิศ การจับบอลและความกล้าหาญในแนวรับทำให้ทีมคว้าชัยเหนือทีมปืนใหญ่ได้สำเร็จ และลงเล่นไปรวม 29 นัดในทุกรายการ

ผลงานในทีมชาติ

คริสเตนเซ่นลงเล่นให้กับทีมชาติเด็นมาร์ก ชุด U16, U17, U19 และ U21 ลงเดบิวต์ในทีม U21 ด้วยวัยเพียง 17 ปี ในเดือนตุลาคม ปี 2014 เขาช่วยให้ทีมชาติผ่านรอบคัดเลือกในรายการยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพได้ในปี 2015 หลังเอาชนะเกมรอบเพลย์ออกสองนัดที่พบกับไอซ์แลนด์ได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่และลงเดบิวต์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2015 ลงเล่นในครึ่งหลังของเกมนัดกระชับมิตรที่ชนะมอนเตเนโกร

คริสเตนเซ่นลงเล่นให้เด็นมาร์กอีกครั้งในปี 2016 รวมการลงเป็นตัวจริงนัดแรก แม้ว่าทีมชาติของเขาจะตกรอบคัดเลือกยูโร 2016 รอบเพลย์ออฟในเกมที่พบกับสวีเด็น เขาเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามในเกมนั้น ฟอร์มหลังจากลงเล่นให้เมินเช่นกลัดบัคในฤดูกาล 2016/17 ทำให้เขายังคงได้เล่นให้ทีมชาติเด็นมาร์กต่อ และยังได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2018 นัดเพลย์ออฟที่เจอไอร์แลนด์และช่วยทีมทำประตูแรกได้ในเกมที่ดับลินด้วย

คริสเตนเซ่นลงเป็นตัวจริงให้เด็นมาร์กทุกนัดในฟุตบอลโลก 2018 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายก่อนจะพ่ายจุดโทษในเกมเจอโครเอเชีย เขาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ และกองหลังตัวกลางด้วย

เราใช้คุ๊กกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ และช่วยพัฒนาเว็บไซต์ chelseafc.com การใช้งานเว็บไซต์ของเรา คุณได้ยอมรับการใช้คุ๊กกี้แล้ว ตาม การใช้งานเว็บไซต์ของเรา คุณได้ยอมรับการใช้คุ๊กกี้แล้ว ตามโอเค

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here